fbpx
NEWSหมวดอื่นๆ

ภูมิอากาศสุดขั้ว เอลนีโญ- ลานีญา เกษตรกรเสี่ยงแค่ไหน และจะรับมือได้อย่างไร

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา หรือ “วันพืชมงคล” เป็นพิธีการที่จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร โดยในปีนี้พระยาแรกนาเสี่ยงทายหยิบผ้าได้ 5 คืบ น้ำปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ ส่วนพระโคกิน “น้ำ – หญ้า – เหล้า” หมายความว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารอุดมสมบูรณ์ การคมนาคมสะดวก การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง

การเสี่ยงทายครั้งนี้นับว่าสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะว่าประเทศไทยต้องเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นความผันแปรของระบบอากาศที่ส่งผลให้อุณหภูมิสูงกว่าปกติ และปริมาณน้ำฝนน้อยลง จนเกิดเป็นอากาศที่ร้อนขึ้นและความแห้งแล้งมาตั้งแต่ปลายปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งผลการเสี่ยงทายสอดคล้องกับข้อมูลจากกรมอุตุมนิยมวิทยาที่เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในสภาวะเอลนีโญกําลังอ่อน ทำให้ประเทศไทยมีแนวโน้มอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ในขณะที่ปริมาณฝนใกล้เคียงค่าปกติ และมีความน่าจะเป็นร้อยละ 60 ที่จะเข้าสู่สภาวะลานีญาในช่วงเดือน มิถุนายน-สิงหาคม 2567 

เช่นเดียวกันกับข้อมูล​ของสถาบันวิจัยนานาชาติ มหาวิทยาลัย​โคลัมเบีย​ ที่ระบุว่าปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังค่อยๆ ลดน้อยลงในเดือนเมษายน-มิถุนายน 2567 หลังจากนั้นจะเปลี่ยนไปสู่สภาพอากาศ​แบบลานีญาแบบอ่อน​ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักข่าวรอยเตอร์ โดย นักพยากรณ์ของรัฐบาลสหรัฐฯ รายงานว่ารูปแบบสภาพอากาศเอลนีโญควรจะจางหายไปภายในเดือนมิถุนายน แต่ปรากฏการณ์ลานีญาอาจเข้ามาแทนที่ได้ภายในครึ่งหลังของปี (รายงานเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม. 2567)

Motorcycle motion riding thourgh gale rain on front wooden house in road community

ปรากฏการณ์ลานีญาคืออะไร

ลานีญา (La Nina) เป็นปรากฏการณ์ที่ขั้วตรงกันข้ามกับเอลนีโญ คือ ลานีญา เป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกตอนกลางของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรต่ำกว่าปกติประมาณ 0.5 องศาเซลเซียสลงไป ซึ่งปรากฏการณ์ลานีญาจะเกิดขึ้นได้ทุก 2-3 ปี และปกติจะเกิดนานประมาณ 9-12 เดือน แต่บางครั้งอาจอยู่ได้นานถึง 2 ปี ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะปรากฏการณ์ ลานีญา เกิดขึ้นมาตลอดโดยส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมหนักในประเทศไทยเมื่อปี 2554 ซึ่งถึงแม้ในครั้งนั้นความรุนแรงจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็เป็นปรากฏการณ์ลานีญาที่เกิดขึ้นทันทีที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ (EL Nino) สิ้นสุดลง หรือปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) ครั้งล่าสุดที่ใช้ระยะเวลายาวนานถึง 3 ปี โดยเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2563 จนทำให้เกิดฝนตกหนักและอากาศหนาวเย็นในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกติดต่อกันนานผิดปกติ 

ปรากฏการณ์ลานีญาต่างจากปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างไร

เอลนีโญ (El Nino) คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำ และกระแสลมที่ทำให้เกิดการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศโลก โดยกระแสลมที่มีกำลังอ่อนได้เปลี่ยนทิศทางให้พัดจากทางทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก จึงทำให้กระแสน้ำอุ่นนั้นมีการไหลไปยังทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ประเทศที่อยู่ทางฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลียได้รับผลกระทบในเรื่องของความแห้งแล้ง แทนที่จะเกิดฝนตกตามฤดูกาล และในทางกลับกัน ทางฝั่งอเมริกาใต้ที่มีความแห้งแล้งก็มีฝนตกเพิ่มมากขึ้นแทน โดยเฉลี่ยมักจะเกิดอยู่แบบนี้ประมาณ 12-18 เดือน

ในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยเคยประสบกับปัญหาภัยแล้งเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนิโญอยู่หลายครั้ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 74 ปี ประเทศไทยผ่านปรากฏการณ์เอลนิโญมาแล้วทั้งหมด 26 ครั้ง มีทั้งระดับอ่อนไปจนถึงรุนแรงมาก  

จากการบันทึกเหตุการณ์ภัยแล้งปี 2567 ของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ระบุว่าปรากฎการณ์เอลนีโญส่งผลให้บริเวณประเทศไทยและพื้นที่ใกล้เคียงมีแนวโน้มที่ฝนจะฝนตกน้อย ซึ่งสภาวะฝนแล้งที่เกิดขึ้นในปี 2562 นั้น ได้เกิดปรากฎการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (ค่า ONI อยู่ระหว่าง 0.5-1.0) มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561 ประมาณเดือนตุลาคม ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงกลางปี 2562 ประมาณเดือนมิถุนายน หลังจากนั้นได้กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ (ค่า ONI มีสภาวะเป็นกลาง) จนถึงช่วงต้นปี 2563 

หากเทียบกับปีที่ประเทศไทยเกิดภัยแล้งรุนแรงในอดีตจะพบว่าเหตุการณ์ภัยแล้งในครั้งนี้ได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญกำลังอ่อนคล้ายกับภัยแล้งที่เกิดขึ้ันในช่วงปี 2547-2548 แต่ทั้งนี้ปรากฎการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2552-2553 เป็นเอลนีโญกำลังปานกลางซึ่งรุนแรงมากกว่าครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยแล้งที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2558-2559 ที่รุนแรงกว่าครั้งนี้มากเนื่องจากเกิดสถานการณ์เอลนีโญกำลังแรงมาก (Strong El Niño / Super El Niño) โดยปรากฎการณ์เอลนีโญเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2557 และเกิดขึ้นตลอดปี 2558 โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เป็นซุปเปอร์เอลนีโญต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2559 ซึ่งทุกปรากฎการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกน้อยกว่าปกติทั้งสิ้น

ผลกระทบหลักของปรากฎการณ์เอลนีโญที่ผ่านมาก็คือ ผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากเกิดภัยแล้ง เกษตรกรผู้ปลูกพืชผลทางการเกษตรหลายประเภท เช่น ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา และปาล์มน้ำมัน รวมถึงผลไม้ เช่น มะม่วง ทุเรียน และสับปะรด ล้วนต่างได้ผลผลิตที่ลดน้อยลง

เมื่อเอลนีโญเปลี่ยนเป็นลานีญาภายในปี 2567 ประเทศไทยจะเกิดอะไรขึ้น

ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรี ระบุว่า การที่ประเทศไทยจะย้ายจากปรากฏการณ์เอลนีโญไปสู่ลานีญาภายในปี 2567 ในช่วงครึ่งปีแรกจะยังคงได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ พื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานจะได้รับผลกระทบหนักมากขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น คลื่นความร้อน อัตราการระเหยที่เร่งขึ้น ความล่าช้าของฝนตามฤดูกาล และปริมาณน้ำฝนโดยรวมที่ลดลง ซึ่งผลกระทบจากภัยแล้งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และภาคเกษตรกรรมที่ต้องการน้ำฝนสำหรับเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก

แต่การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปรากฏการณ์ลานีญาก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ในช่วงครึ่งหลังของปี ถึงแม้ว่าดัชนีชี้วัดที่สำคัญที่สุดจะเป็นดัชนี เช่น ONI ซึ่งมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาวะเป็นกลางแล้วเข้าสู่ภาวะลานีญา และ ดัชนี PDO และ IOD ซึ่งจะมีแนวโน้มเข้าสู่ระยะลบ (เช่น ต่ำกว่า -0.5) ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบจากพายุโซนร้อนต่อประเทศไทยมากขึ้น โดยมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยประสบน้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอดีต ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายและความสูญเสียต่อครัวเรือน โรงงาน เครื่องจักร และผลผลิตทางการเกษตรได้ 

เหตุผลที่ประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงต่ออุทกภัยเพิ่มเติม นื่องจากสภาพอากาศและปัจจัยแวดล้อมที่ส่งสัญญาณหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ค่าดัชนี Oceanic Niño Index (ONI) จากแบบจำลองที่มีทิศทางปรับลดลงเข้าสู่ระดับลานีญา (หรือดัชนีมีค่าเป็นลบ) อย่างรวดเร็วทั้ง 3 แบบ ได้แก่ แบบฐานที่ประเทศไทยมีแนวโน้มจะเผชิญภาวะลานีญาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 เป็นต้นไป ส่งผลให้ปริมาณฝนเกิดขึ้นมากกว่าปกติ หรือในกรณีเลวร้ายและเลวร้ายที่สุดที่แม้จะอยู่ในช่วงเอลนีโญระดับอ่อน (Weak El Niño) ในเดือนสิงหาคม 2567 และระดับปกติ (Neutral) ในเดือนกันยายน-ตุลาคม 2567 แต่ก็มีแนวโน้มสูงที่ปริมาณฝนจะกลับมาสู่ภาวะปกติในเวลาเดียวกัน อิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อนที่คาดว่าจะเคลื่อนผ่านประเทศไทยช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ของทุกปีจะส่งผลให้ประเทศไทยเผชิญฝนตกชุก อันอาจส่งผลให้ช่วงเวลาดังกล่าวเกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้

Dark rain cloud with lightning storm in the city

จากการคาดการณ์จึงทำให้ในปี 2567 ปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูฝนโดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคมมีแนวโน้มมากกว่าระดับปกติ10/ ราว 10-15% ส่งผลให้ในช่วง 2 เดือนนี้มีโอกาสเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันโดยเฉพาะพื้นที่ท่วมซ้ำซาก (Flood-prone Areas หรือ Flood Bed) อย่างไรก็ตามความเสี่ยงน้ำท่วมเป็นวงกว้างโดยรวมยังไม่สูงมากนัก เนื่องจากปริมาณฝนที่ลดลงในช่วงครึ่งแรกของปีจะทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมทั้งปีกลับมาอยู่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ที่ประมาณ 1,613 มิลลิเมตร ซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับมหาอุทกภัยปี 2564 ที่มีปริมาณฝนอยู่ที่ 1,948 มิลลิเมตร

ทั้งนี้รวมไปถึงปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย ปริมาณพายุที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม และอิทธิพลของพายุ นอกจากปริมาณพายุหลักแล้ว ไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากอิทธิพลของพายุที่แม้จะไม่ได้เข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่อาจจะสลายตัวในบริเวณประเทศเพื่อนบ้านหรือเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงความเสี่ยงการเกิดภาวะอุทกภัยทั้งสิ้น

แม้ยังไม่มีข้อมูลระบุแน่ชัดว่าการสภาวะลานีญาที่กำลังเข้าไทยในครั้งนี้จะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน แต่ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ใดก็ล้วนส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรทั้งสิ้น การรู้เท่าทันและเตรียมตัวรับมือเพื่อวางแผนการผลิตจึงเป็นสิ่งสำคัญของเกษตรกรในยุค Climate Change ที่อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน และพร้อมเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลา

Dragonfly แอปพลิเคชันเกษตรรายแปลง รู้ก่อน ได้เปรียบกว่า

เพื่อเตรียมตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา  THE FARMER มีตัวช่วยเกษตรกรมาแนะนำ เรียกว่าเตรียมพร้อมก่อน ก็เริ่มต้นรับมือกับปรากฎการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้ได้ก่อนใคร นั่นก็คือ แอปพลิเคชัน Dragonfly แอปพลิเคชันเกษตรรายแปลงที่ถูกพัฒนาขึ้นจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ตัวช่วยให้เกษตรกรสามารถรับมือ ติดตาม เฝ้าระวัง คาดการณ์ และมีข้อมูลที่เป็นพลวัตในการประกอบการตัดสินใจที่เท่าทันเหตุการณ์ และเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ การวางแผน การบริหารจัดการแปลงเพาะปลุกของตัวเองได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงขายผลผลิตด้วยเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศที่แม่นยำและทันสมัย 

หนึ่งในฟังก์ชั่นที่น่าสนใจและเข้ากับสถานการณ์สภาพภูมิอากาศแปรปรวนก็คือ เกษตรกรสามารถดูแจ้งเตือนพืนที่น้ำท่วม ระดับความเสี่ยงภัยแล้ง และจุดความร้อน ภายในแปลงและบริเวณใกล้เคียงของตนเองได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นแจ้งเตือนสภาพดิน ฟ้า อากาศ รายชั่วโมง และล่วงหน้า 7 วันอีกด้วย ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลอ้างอิงจากกรมอุตุนิยมวิทยาจึงเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้

Dragon Fly ยังมีอีกหลากหลายฟังก์ชั่นที่ช่วยผ่อนแรงเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสภาพแปลง การแนะนำปริมาณปุ๋ยไนโตรเจนที่เหมาะสม การจดบันทึกข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการเกษตร ไปจนถึงการบอกราคาผลผลิตทางการเกษตรในปัจจุบันที่อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ หากเกษตรกรอยากลองหาตัวช่วยก็สามารถเข้าไปทดลองใช้งาน  Dragonfly ได้ที่ Website : https://dragonfly.gistda.or.th/ หรือ Mobile Application IOS : https://apps.apple.com/th/app/dragonfly/id1668939031 Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.gistda.agriplatform&pli=1

แต่ถ้ายังติดขัดตรงไหนก็สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-141-4643 หรือ Email: agri.soc@gistda.or.th ได้เช่นเดียวกัน 

เพิ่มเติม :  

  1. ค่าดัชนี Oceanic Nino Index (ONI) เป็นค่าดัชนีชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเลตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก บ่งชี้การเกิดปรากฏการณ์ El Niño (ONI>0.5) และ La Niña (ONI<-0.5) ซึ่งเป็นสถานะในปรากฏการณ์ El Niño Southern Oscillation (ENSO) และสามารถส่งผลต่ออุณหภูมิน้ำทะเลในอ่าวไทยและทะเลอันดามันได้ ได้แก่ ในช่วงที่เกิด El Niño อุณหภูมิน้ำทะเลในน่านน้ำไทย อาจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกว่าค่าปกติ และในช่วง La Niña อุณหภูมิน้ำทะเลอาจมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่าค่าปกติ ทั้งนี้ค่าดัชนี ONI คำนวณได้จากผลต่างระหว่างอุณหภูมิน้ำผิวหน้าน้ำทะเลเฉลี่ยในช่วง 3 เดือนในพื้นที่ Nino
  2. ค่าดัชนี Pacific Decadal Oscillation (PDO) ค่าเฉลีย SSTA บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก เหนือ 20°N Pacific Decadal Oscillation (PDO) คือ ปรากฏการณ์ทางสมุทรศาสตร์ที่อุณหภูมิน้ำทะเลฟากตะวันออกและฟากตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ข้างหนึ่งจะอุ่นกว่าปกติ ส่วนอีกข้างจะเย็นกว่าปกติ ซึ่งจะเกิดการสลับข้างกันทุก 30 ปี โดยประมาณ ลักษณะของปรากฏการณ์จะเกิดขึ้น 2 รูปแบบ ดังนี้ 2.1  Posttive Phase ฟากตะวันออกเย็น ฟากตะวันตกอุ่น มหาสมุทรแปซิฟิกโดยเฉลี่ยจะอุ่น และยังทำให้บริเวณเอเชียตะวันออกและซีกตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือจะอุ่นกว่าปกติ สถานการณ์ฝนบริเวณประเทศไทย และพื้นที่ใกล้เคียงมีแนวโน้มน้อยกว่าปกติ 2.2 Negative Phase ฟากตะวันออกอุ่น ฟากตะวันตกเย็น มหาสมุทรแปซิฟิกโดยเฉลี่ยจะเย็น และยังทำให้บริเวณเอเชียตะวันออกและชีกตะวันตกของทวิปอเมริกาเหนือจะเย็นกว่าปกติด้วยสถานการณ์ฝนบริเวณประเทศไทย และพื้นที่ใกล้เคียงมีแนวโน้มมากกว่าปกติ
  3. ค่าดัชนี Indian Ocean Dipole (IOD) คือ การเคลื่อนไหวไปมาสลับกันสองด้านระหว่างด้านฝังตะวันตกและด้านฝั่งตะวันออกของกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งส่งผลต่อการเกิดฝนบริเวณประเทศไทยและพื้นที่กล้เคียง ซึ่ง IOD เกิดขึ้น 3 ลักษณะ ดังนี้ 3.1 Positive Phase คือ เกิดปรากฏการณ์ที่น้ำอุ่นไปรวมตัวด้านตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งส่งผลให้เกิดฝนน้อยในประเทศไทยรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน 3.2 Negative Phase คือ เกิดปรากฏการณ์ที่น้ำอุ่นไปรวมตัวด้านตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งผลของปรากฏการณ์นี้ทำให้ฝนตกเพิ่มขึ้นในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน 3.3 Normal Phase คือ กระแสน้ำอุ่นจะเคลื่อนตัวไปรวมกันอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านมีฝนตกอยู่ในเกณฑ์ปกติ 

ที่มา : 

Related posts
FOODNEWS

พาข้าวพาขวัญ เมื่อสำรับมงคลกลายเป็นแถลงการณ์แห่งภูมิปัญญาอีสานสู่โลก

-พาข้าวพาขวัญ เมื่อสำรับมงคลกลายเป็นแถลงการณ์แห่งภูมิปัญญาอีสานสู่โลก เฮือนคำนางออกแบบสำรับงานแต่งงาน…
Read more
INNOVATIONNEWS

TVA ร่วมกับ FKII จัดงาน "The Decoding of World Economic Forum 2026" ถอดรหัสอนาคตไทยในกติกาโลกใหม่  | NEWS

TVA ร่วมกับ FKII จัดงาน “The Decoding of World Economic Forum…
Read more
หมวดอื่นๆ

Future of Food Systems Food System Transformation การออกแบบระบบอาหารใหม่ของมนุษยชาติใน ศตวรรษที่ 21

Future of Food Systems Food System Transformation…
Read more
จดหมายข่าว
มาเป็นเพื่อนกับ THE FARMER

สมัครรับข่าวสาร ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

From Soil To Soul

From Soil to Soul ดิน - ชีวิต - จิตวิญญาณ

Worth reading...