fbpx
THE FARMER

“Ugly Veggies” แพลตฟอร์มขายผักไม่สวย ที่ใช่ว่าจะไร้คุณภาพ

Ugly Veggies แพลตฟอร์มขายผักออร์แกนิค

“รู้จัก Ugly Veggies ได้อย่างไร” เราถูกถามด้วยประโยคนี้ ก่อนที่อาจารย์แดน – ผศ.ชวิศ เกตุแก้ว รองคณบดีฝ่ายกลยุทธ์ วิจัยและการต่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หนึ่งในผู้ริ่เริ่มโครงการ Ugly Veggies จะเริ่มแนะนำตัวให้เรารู้จักด้วยซ้ำ

หลังจากตอบคำถามที่อ.แดนสงสัย และแนะนำตัวให้รู้จักกันเป็นที่เรียบร้อย เราจึงไม่รอช้าที่จะเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับ Ugly Veggies ถึงจุดเริ่มต้น และทิศทางการเติบโตของแพลตฟอร์มนี้

“Ugly Veggies” เป็นเหมือนมาร์เก็ตเพลสที่เกษตรกรสามารถโพสต์ขายผักผลไม้ออร์แกนิค และผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากผลผลิตที่มาจากผักออร์แกนิคของตัวเองได้ โดยจะเป็นผักที่มีรูปร่างไม่สวย ไม่สามารถขายบนห้างสรรพสินค้า หรือตลาดบนได้ ซึ่งแพตฟอร์มนี้จะเหมาะสมกับลูกค้าที่มีความห่วงใยในเรื่องของสุขภาพ แต่ไม่ได้มีความกังวลมากนักกับเรื่องรูปร่างหน้าตาของผัก เพราะสินค้าทุกชิ้นยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ โภชนาการ และปลอดภัย 

“Ugly Veggies”  เพราะอะไรถึงต้องเป็นผักไม่สวย

อ.แดนเล่าถึงที่มาของ Ugly Veggies ว่า “ศูนย์นวัตกรรมและสังคมแห่งความยั่งยืน ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นศูนย์ที่ได้ทำงานใกล้ชิดกับชุมชนในคนภาคอีสาน พอลงพื้นที่เลยมองเห็นถึงปัญหา โดยเฉพาะชุมชนที่เป็นเกษตรกร ศูนย์เรามีหน้าที่นำนวัตกรรมไปช่วยพวกเขา ซึ่งปัญหาของเกษตรกรที่ปลูกผักออร์แกนิค หรือผักปลอดภัย โดยเฉพาะวิธีการปลูกผักออร์แกนิค มันจะค่อนข้างดูแลยาก ต้นทุนสูง เมื่อเทียบกับผักปกติ ฉะนั้นปัญหาหลักของเกษตรกรที่ทางเราพบก็คือ ผลผลิตประมาณ 30% เป็นอย่างต่ำจะไม่สามารถขายได้ในตลาดที่สามารถสร้างมูลค่าให้กับผลผลิตได้อย่างเต็มที่ ผักส่วนที่เหลือ ก็จะถูกนำไปทิ้ง ไปทำเป็นปุ๋ย กลายเป็นว่าส่วนเหลือตรงนี้เขาสูญเสียมูลค่าไปโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งที่จริงแล้วยังพอจะมีบางส่วนที่แม้หน้าตาจะไม่สวยงามมากนัก แต่คุณภาพยังดีอยู่ ที่สามารถนำมาสร้างรายได้ได้”

“มูลค่าการสูญเสียต่อครัวเรือนก็ถือว่าสูง 
เพียงเพราะขาดช่องทางการตลาด”

“ซึ่งถ้าคิดเป็นมูลค่าการสูญเสียต่อครัวเรือนก็ถือว่าสูง และก็อีกปัญหาหนึ่งที่เราพบเวลาลงพื้นที่คือแต่ละครัวเรือนจะบอกตลอดว่าไม่มีช่องทางการตลาดเลยอาจารย์ หาตลาดยาก จะมีก็เพียงคนกลางติดต่อไปขายให้ มีแต่เกษตรกรรุ่นใหม่เท่านั้นที่เขามีการทำผลิตภัณฑ์ขายออนไลน์แต่ก็ยังไม่เยอะ เพราะฉะนั้นปัญหาหลัก 2 อันก็คือ 1. มีผลผลิตที่เหลือทิ้งประมาณ 30% และ 2. ขาดช่องทางการตลาด”

“เราอยากสร้างสตาร์อัพในระดับชุมชน”

“โปรเจคนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รายละเอียดในโปรเจคงานวิจัยนี้ก็จะมีการผลิตแพลตฟอร์ม การสร้างกระบวนการการคัดแยก การขนส่ง และก็มีการทำเกี่ยวกับมาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่น โดยเราอยากจะสร้างสตาร์อัพในระดับชุมชน ซึ่งตลอดการวิจัยก็มีการเปิดขายจริงและพัฒนาระบบอยู่เสมอ ตอนนี้เราปิดโครงการเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีการดำเนินการขายต่อจริง ซึ่งคนที่จะคอยช่วยดูแลเทคโนโลยีก็จะเป็นศูนย์นวัตกรรมและสังคมแห่งความยั่งยืนเหมือนเดิม รวมถึงมีนักศึกษาในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบ ซึ่งพวกเขาก็จะได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ก่อนได้ไปทำงานจริง” 

สร้างการรับรู้ ถึงผักไม่สวย แต่คุณภาพยังครบ

“ในวงการเกษตรปกติอย่างน้อยในเมืองไทย ทัศนคติของผู้ผลิตและผู้บริโภค ก็ยังกระจุกตัวมากว่าผักที่มีคุณภาพดี จะต้องมีรูปร่างสวย ถึงจะขายได้ ทัศนคติพวกนี้ในวงการเกษตรมันเป็นเหมือนตัวผักดันหลักที่ทำให้ส่วนที่ไม่สวยเหล่านี้ไม่มีมูลค่าไปเลย สิ่งที่เรากำลังจะทำคือการสร้างการรับรู้ให้ลูกค้าเข้าใจในวิธีคิดของ Ugly Veggies ก่อน เมื่อพวกเขาเข้าใจแล้วความต้องการก็จะเริ่มมี ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาจะเป็นแม่บ้าน หรือต้องดูแลผู้สูงอายุ และลูกค้าที่ห่วงใยสุขภาพจริงๆ เวลาซื้อเขาจะถามเลยว่าออร์แกนิคจริงมั้ย มีสารเคมีมั้ย ลูกค้ากลุ่มนี้จะสนใจที่กระบวนการการผลิต เพราะในการประกอบอาหารผักก็จะถูกหัก หรือบดไปอยู่แล้ว ที่นี้ความไม่สวยก็จะไม่ถูกมองเห็น แต่คุณภาพคือสิ่งที่พวกเขาเล็งเห็น”

“ความท้าทายที่เราเจอคือ เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งห่างไกลกับคำว่าเทคโนโลยีมาก แค่ใช้เทคโนโลยีในการปลูกก็ไม่ค่อยมีแล้ว ยังต้องมาใช้เทคโนโลยีเป็นช่องทางการตลาด หรือการขายอีก มันก็ค่อนข้างห่างไกลจากพวกเขามาก เนื่องจากเราทำเพื่อดูแลคนในชุมชน และเป็นมหาลัย เช่น เขาไม่มีแบรนด์ เราก็ส่งเสริมให้เขาสร้างแบรนด์ของตัวเอง นำสตอรี่ที่เกี่ยวกับสวนของเกษตรกรมาช่วยถ่ายทอด โดยนักศึกษาจะมีส่วนช่วยในการทำโลโก้ สอนถ่ายรูป และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการสร้างตัวตนให้กับเกษตรกร เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราพยายามช่วยเหลือชุมชน”

“ซึ่งเราก็ลดขยะทางการเกษตรจากครัวเรือนได้ค่อนข้างเยอะ และก็สร้างรายได้ต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เขาไม่สามารถขายได้ 100% ตอนนี้เมื่อลูกค้าเริ่มยอมรับแล้ว พวกเขาก็มาอาศัยช่องทางในแพลตฟอร์ม ส่งผักเชิงผสมที่ยังคุณภาพยังดีไปให้กับลูกค้า ในเวลาเดียวกันลูกค้าที่มาซื้อ เนื่องจากเขารู้อยู่แล้วว่าผักจะไม่สวย เขามาด้วยความเข้าใจในจุดประสงค์ของแบรนด์ โดยรวมก็เป็นผลดีกับทุกฝ่าย”

เพราะผักไม่สวย ไม่ใช่คุณภาพไม่ดี แต่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่ยากเกินจะควบคุม

“ส่วนมากผักที่ไม่สวย จะเกิดจากการความไม่แน่นอนของกระบวนการเพาะปลูก โดยเฉพาะผักออร์แกนิค หรือผักปลอดภัย จะมีมาตรฐานในการวัดหลายอย่าง เช่น ดินต้องออร์แกนิค ต้องยกพื้นสูง ห้ามปลูกด้วยดินสารเคมี ฉะนั้นเมื่อมีข้อห้ามในการทำอะไรหลายอย่าง หรือห้ามใช้สารเคมี มันก็ทำให้ดูแลคุณภาพค่อนข้างยาก ก็จะเกิดเป็นผักที่ไม่สวย เช่น มีแมลง หรือหนอนมากินจนใบแหว่ง ในเรื่องของอากาศก็มีผล ประเทศที่ปลูกผักได้ดีต้องมีอากาศหนาวเล็กน้อย แต่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน อีกทั้งความไม่แน่นอนในเรื่องของฝน ฝนตกทำให้ผักช้ำจนเสียก็มี เหล่านี้เป็นเหตุให้ผักไม่สวย หรือมีรูปร่างสวยงามไม่เท่ากับ ผักที่ปลูกใบแบบอุตสาหกรรม ที่มีการใส่สารเคมี หรือกระบวนการที่สามารถควบคุมได้”

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ก็จะเห็นได้ว่า Ugly Veggies เกิดมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรที่ปลูกผักออร์แกนิค หรือผักปลอดภัยได้ อีกทั้งยังเป็นโมเดลธุรกิจที่ชวนให้เรานึกถึงการเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้า ผ่านการสร้างสตอรี่แบบญี่ปุ่นด้วย เราจึงสอบถามอาจารย์ก่อนจบบทสนทนาไปว่า “อาจารย์อยากแนะนำกับเกษตรกรท่านอื่นๆ ถึงการเพิ่มรายได้ให้กับผลผลิตตัวเองว่าอย่างไรบ้างคะ” ซึ่งอ.แดน ก็ได้ฝากไว้ 2 ประเด็นด้วยกัน ดังนี้ 

“อยากแนะนำ 2 ประเด็นครับ เหมือนเป็นอีกความท้าทายของเกษตรกรไทยที่เราต้องปรับตัว 

1. ต้องมีการสร้างแบรนด์ของเราให้ได้ เช่น สวนต่างๆ จะต้องเข้าใจว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นอย่างไร ต้องศึกษาลูกค้ามากขึ้น ไม่เพียงแต่ผลิตของแล้วนำไปให้คนกลางขายอย่างเดียว พอเราเข้าใจลูกค้ามากขึ้น เราก็จะผลิตของที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้ อาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานจากเดิมสักหน่อย นำคำแนะนำของลูกค้ากลับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ของเรา 

2. ถ้าเราจะต้องแข่งขันในอุตสหกรรมนี้อย่างยั่งยืน เราต้องมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการด้วย ปัจจุบันเทคโนโลยีมีราคาถูกลง ทำให้เราสามารถควบคุมส่วนที่มันจะผิดพลาดได้ง่ายขึ้น เทคโนโลยีในการเพาะปลูกก็มี หรือเทคโนโลยีในเรื่องช่องทางการขายก็ได้ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เราเจอลูกค้าได้โดยตรง 

ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญเลยจากงานวิจัย และคนที่สำเร็จ เบื้องต้นเขาจะมีเรื่องพวกนี้ชัดเจนกว่าเจ้าอื่น”

ก่อนทิ้งท้ายกันไปอ.แดนบอกว่า “เราเป็นเมื่อตัวกลางที่เป็นช่องทางการตลาดให้กับเกตรกร ไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าเองจริงๆ ตั้งแต่แรก อนาคตอาจจะมีสินค้าที่ผลิตโดย Ugly Veggies เอง ยังไงก็อยากให้ทุกคนติดตาม” 

แม้ครั้งนี้ทาง THE FARMER จะทำได้เพียงนัดหมายเพื่อพูดคุยกับอ.แดนผ่านทางออนไลน์ แต่หมุดหมายในครั้งต่อไป คงไม่ใช่เพียงแค่นี้ หวังว่าเราคงจะได้ไปเยี่ยมชม และลงพื้นที่จริง เพื่อศึกษากระบวนการทำงานและพัฒนาให้เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยกันแน่นอน 

ขอขอบคุณ :  Ugly Veggies 

Related posts
NEWSTHE FARMER

เปิดตัว “หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง” วกส. รุ่น 7 สร้างเครือข่ายผู้นำระดับประเทศ ร่วมขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่เวทีโลก | THE FARMER 

เปิดตัว…
Read more
NEWSTHE FARMER

มทส.ผนึกกำลัง "กระทรวง AYUSH อินเดีย" เดินหน้าบูรณาการศาสตร์ "ธรรมชาติบำบัด-โยคะ-อายุรเวท" | THE FARMER

มทส.ผนึกกำลัง “กระทรวง AYUSH…
Read more
THE FARMER

ถอดรหัส Design Thinking ฉบับคนคืนถิ่น "SPACE PILAFARM" เสน่ห์ชนบทที่ออกแบบได้ | THE FARMER

 ถอดรหัส Design Thinking ฉบับคนคืนถิ่น “SPACE…
Read more
จดหมายข่าว
มาเป็นเพื่อนกับ THE FARMER

สมัครรับข่าวสาร ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

หมวดอื่นๆ

“กระเทียมดำ” นวัตกรรมด้านอาหาร

Worth reading...