THE COLUMN : El Niño วิกฤตครั้งต่อไป อาจไม่ใช่ภัยแล้ง แต่คือ “ความไม่แน่นอน”

เมื่อโลกป่วยเกษตรไทยจะอยู่รอดอย่างไร?
ฤดูร้อนปีที่ผ่านมา ในแคว้นอันดาลูเซีย ประเทศสเปนดินในสวนมะกอกแตกระแหงจนแทบไม่เหลือความชุ่มชื้นอ่างเก็บน้ำ หลายแห่งลดลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวของความจุ ผลผลิตมะกอกลดลงอย่างหนักส่งผลให้ราคาน้ำมันมะกอกในตลาดโลกพุ่งสูงที่สุดในรอบหลายสิบปีห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร ชาวนาไทยจำนวนไม่น้อยกำลังเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน ฝนจะมาเมื่อไร ? น้ำจะพอหรือไม่? และฤดูกาลนี้จะยังสามารถวางแผนได้เหมือนเดิมหรือเปล่า? แม้จะอยู่คนละทวีป แต่สิ่งที่ทั้งสองกำลังเผชิญเหมือนกันคือ
“โลกที่กำลังคาดเดาได้ยากขึ้นทุกวัน”

ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ยืนยันว่า ปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล โดยอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 1.55 องศาเซลเซียส และ 10 ปีล่าสุดถือเป็น 10 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่โลกเคยบันทึกไว้ (wmo.int , ungeneva.org) นี่ไม่ใช่เพียงสถิติใหม่ แต่เป็นสัญญาณว่าระบบภูมิอากาศของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น ภัยแล้งยาวนานขึ้น ฝนตกหนักในช่วงเวลาที่ไม่ควรตก และเหตุการณ์สุดขั้วทางสภาพอากาศเกิดถี่ขึ้นกว่าที่เคยสำหรับภาคเกษตร นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ สุดท้ายจะสะท้อนกลับมายังอาหารบนจานของเรา

บทเรียนจาก El Niño : เมื่อธรรมชาติเปลี่ยน เกมก็เปลี่ยน
งานวิจัยที่ศึกษาผลกระทบของ El Niño ต่อการผลิตข้าวไทยในช่วงปี 1961–2016 พบว่า ในปีที่เกิด El Niño ผลผลิตข้าว พื้นที่เก็บเกี่ยว และผลผลิตต่อไร่ของไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากปริมาณฝนและจำนวนวันฝนตกลดลงจากค่าเฉลี่ยปกติ (doaj.org) เราเคยเห็นบทเรียนนี้มาแล้วในช่วงภัยแล้งรุนแรงปี 2015–2016ผลผลิตข้าวไทยลดลงประมาณ 12.5% จากฤดูกาลก่อนหน้า ขณะที่ภาคเกษตรได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ปัญหาของเกษตรกรยุคใหม่อาจไม่ได้อยู่ที่ผลผลิตลดลงเพียงอย่างเดียว
ทำไมผลผลิตลด แต่รายได้ไม่ได้เพิ่ม ในอดีต หลายคนเชื่อว่า “ของน้อย ราคาต้องดี” แต่โลกปัจจุบันไม่ได้ทำงานแบบนั้นเสมอไป ลองนึกถึงสวนทุเรียนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกหากสภาพอากาศทำให้ผลผลิตลดลง เจ้าของสวนอาจคาดหวังว่าราคาจะสูงขึ้น แต่ในช่วงเวลาเดียวกันหากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น หรือมีผลผลิตจากประเทศคู่แข่งเข้าสู่ตลาด ราคาสินค้าอาจไม่ขยับตามที่คาดหวัง ผลลัพธ์คือ ผลผลิตลด ต้นทุนเพิ่ม แต่รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้น นี่คือความท้าทายใหม่ของเกษตรกรในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน
โลกไม่ได้ขาดอาหาร แต่อาหารกำลังอยู่ผิดที่ หลายครั้งที่เราพูดถึงวิกฤตอาหารโลกเรามักนึกถึงภาพของความขาดแคลน แต่ความจริงที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ โลกยังผลิตอาหารได้จำนวนมหาศาล ในขณะที่บางพื้นที่กำลังเผชิญภัยแล้ง บางพื้นที่กลับมีผลผลิตล้นตลาด อาหารจำนวนมากสูญเสียระหว่างทางจากฟาร์มสู่ผู้บริโภค ปัญหาจึงไม่ใช่เพียงเรื่องการผลิต แต่เป็นเรื่องของการจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่แหล่งน้ำการผลิต การแปรรูป โลจิสติกส์ การตลาด ไปจนถึงการเข้าถึงผู้บริโภค

บทเรียนจากเนเธอร์แลนด์ : ประเทศเล็กที่เลี้ยงคนทั้งโลก
หากถามว่าประเทศใดเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านการส่งออกสินค้าเกษตรของโลก หลายคนอาจนึกถึงสหรัฐอเมริกา จีน หรือบราซิลแต่คำตอบที่น่าสนใจคือ “เนเธอร์แลนด์” ประเทศที่มีพื้นที่เพียงประมาณ 41,000 ตารางกิโลเมตร หรือเล็กกว่าหลายจังหวัดของไทยรวมกัน แต่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรมากกว่า 100,000 ล้านยูโรต่อปี ( cbs.nl ) ความสำเร็จของพวกเขาไม่ได้เกิดจากการมีพื้นที่มากกว่าใครแต่เกิดจากการใช้ข้อมูล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างเกษตรกร ภาคธุรกิจ และสถาบันวิจัย พวกเขาไม่ได้แข่งขันกันผลิตให้มากที่สุด แต่แข่งขันกันผลิตให้แม่นยำที่สุด
จากเกษตรเพื่อผลผลิต สู่เกษตรเพื่อความยืดหยุ่น ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาความสำเร็จของภาคเกษตรถูกวัดด้วยคำว่า “ผลิตได้มากขึ้น” แต่โลกยุคใหม่กำลังตั้งคำถามใหม่ ถ้าผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนเพิ่มเร็วกว่า ถ้าผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่ทรัพยากรเสื่อมโทรมลง ถ้าผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่เกษตรกรยังมีหนี้สิน นั่นคือความสำเร็จจริงหรือไม่? บางทีเป้าหมายของเกษตรไทยในศตวรรษนี้อาจไม่ใช่การผลิตให้มากที่สุด แต่คือการสร้างความยืดหยุ่นให้มากที่สุดยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศที่ยืดหยุ่นต่อตลาด ยืดหยุ่นต่อความเปลี่ยนแปลงและยืดหยุ่นต่ออนาคตที่ไม่มีใครคาดเดาได้

THE FARMER INSIGHT
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในวันนี้ อาจไม่ใช่ El Niño ไม่ใช่ภัยแล้ง และไม่ใช่ฝนทิ้งช่วง แต่คือการที่เรายังใช้วิธีคิดแบบเดิม เพื่อรับมือกับโลกใบใหม่ ในอดีต เกษตรกรต้องเข้าใจดิน น้ำ และฤดูกาล แต่ในอนาคต เกษตรกรอาจต้องเข้าใจภูมิอากาศโลก เศรษฐกิจโลก พฤติกรรมผู้บริโภค และข้อมูลไม่ต่างจากนักธุรกิจเพราะอนาคตของเกษตรไม่ได้อยู่ที่แปลงปลูกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ในระบบอาหารทั้งหมดที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก และในศตวรรษแห่งความผันผวน ผู้ที่อยู่รอดอาจไม่ใช่ผู้ที่ผลิตได้มากที่สุด แต่คือผู้ที่เรียนรู้ ปรับตัว และสร้างความยืดหยุ่นได้ดีที่สุด

เมื่อโลกเปลี่ยน เราอาจไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ แต่เราสามารถออกแบบระบบอาหารที่แข็งแรงกว่าเดิม สร้างเกษตรที่ยั่งยืนกว่าเดิม และร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกชีวิต
เพราะอนาคตของประเทศไทย เริ่มต้นจากอนาคตของอาหาร และอนาคตของเกษตรกร
ติดตามเรื่องราวจาก THE FARMER ได้หลากหลายช่องทาง
——–
𝗧𝗛𝗘 𝗙𝗔𝗥𝗠𝗘𝗥: 𝗴𝗿𝗼𝘄𝗶𝗻𝗴 ◦ 𝗮𝗴𝗿𝗶 ◦ 𝗰𝘂𝗹𝘁𝘂𝗿𝗲 | 𝘙𝘦𝘨𝘦𝘯𝘦𝘳𝘢𝘵𝘪𝘷𝘦 𝘙𝘪𝘴𝘦
Facebook: https://www.facebook.com/thefarmer.th
YouTube: https://www.youtube.com/@thefarmerth
Instagram: https://www.instagram.com/thefarmerthai/
Twitter: https://www.twitter.com/thefarmerthai
TikTok: https://www.tiktok.com/@thefarmer.th



