พบ “ผึ้งหลวงหิมาลัย” ครั้งแรกในไทยดัชนีบ่งชี้ความหลากหลายทางชีวภาพ
ผึ้งเป็นแมลงที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ และภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก เนื่องจากผึ้งมีบทบาทในการช่วยผสมเกสร ช่วยเพิ่มผลผลิตของผลไม้และผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ อีกทั้งน้ำผึ้งที่ผลิตจากผึ้งยังมีคุณค่าทางเศรษฐกิจสูง ซึ่งสามารถเป็นแหล่งรายได้สำหรับเกษตรกรได้เช่นกัน อีกทั้งการมีผึ้งในพื้นที่เกษตรกรจะส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งช่วยให้ระบบนิเวศสมดุลและมีความมั่นคง

การค้นพบผึ้งหลวงหิมาลัยครั้งแรกในไทย
การค้นพบผึ้งหลวงหิมาลัยถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญทางชีววิทยาของไทยที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของสกุลผึ้งในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่แหล่งอาศัยของผึ้งพื้นเมืองที่มีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การค้นพบผึ้งหลวงหิมาลัยในประเทศไทยจึงเป็นเครื่องชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่าในเมืองไทยและแสดงถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของระบบนิเวศ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ประกาศการค้นพบ “ผึ้งหลวงหิมาลัยครั้งแรกในประเทศไทย” เมื่อวันที่ 19 เม.ย.2567 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าผึ้งหลวงหิมาลัยถูกค้นพบครั้งแรกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 จากความบังเอิญขณะที่นักวิจัยกลุ่มงานกีฏวิทยาและจุลวิทยาป่าไม้ได้ออกสำรวจและติดตามประชากรผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียล (สัตว์ป่าคุ้มครองของไทย) ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ ในระหว่างการสำรวจได้พบผึ้งบินขึ้นมาจากหน้าผา ซึ่งตอนแรกเข้าใจเป็นผึ้งหลวงชนิดที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่เมื่อได้ตรวจสอบจากภาพถ่ายที่บันทึกไว้ในเบื้องต้นพบว่ามีลักษณะที่แตกต่างกัน จึงสันนิษฐานว่าอาจไม่ใช่ผึ้งหลวงทั่วไปและเก็บตัวอย่างกลับมาวิเคราะห์ต่อ (จำนวน 3 ตัว) จนยืนยันได้แน่ชัดว่านี่คือ “ผึ้งหลวงหิมาลัย” ที่พบตามแนวเทือกเขาเทือกเขาหิมาลัย จากนั้นจึงเริ่มโครงการสำรวจผึ้ง และเก็บตัวอย่างมาเพื่อศึกษาในระดับชีวโมเลกุล โดยให้ผศ.ดร.ณัฐพจน์ วาฤทธิ์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และทีมงานวิจัยศึกษาต่อจนได้ข้อสรุปว่า ผึ้งหลวงหิมาลัยที่พบนี้ถือเป็นผึ้งให้น้ำหวานในสกุล Apis ชนิดที่ 5 ของประเทศไทย จากเดิมที่มีรายงานอยู่เพียง 4 ชนิด คือ ผึ้งมิ้ม (Apis florea) ผึ้งม้าน (Apis andreniformis) และผึ้งโพรง (Apiscerana) ผึ้งหลวง (Apis dorsata) ทั้งนี้ไม่รวมผึ้งพันธุ์ (Apismellifera) ที่เป็นผึ้งสายพันธุ์ต่างถิ่น

ผึ้งหลวงหิมาลัยและการอนุรักษ์ธรรมชาติของไทย
ผึ้งหลวงหิมาลัย (Himalayan giant honey bee) ถูกค้นพบขึ้นครั้งแรกที่ประเทศจีนในมณฑลยูนนาน ปัจจุบันพบการประจายตัวตั้งแต่แนวเทือกเขาหิมาลัยทางตะวันตกติดกับปากีสถานมาจนถึงเทือกเขาในพม่า ลาว และตอนเหนือของประเทศเวียดนาม แต่ยังไม่มีรายงานในประเทศไทยมาก่อน
ผึ้งหลวงหิมาลัยจัดอยู่ในกลุ่มผึ้งผลิตน้ำผึ้งที่มีขนาดใหญ่และผลิตน้ำผึ้งได้เยอะที่สุดในโลก ลำตัวมีสีดำ ส่วนท้องเป็นสีดำสนิท มีสีขาวหรือสีเหลืองแซมค่อนข้างน้อย ขนส่วนอกมีสีเหลืองทอง ปีกมีลักษณะสีขุ่น
การค้นพบผึ้งหลวงหิมาลัยในครั้งนี้มีความสำคัญในแง่ของทางด้านการอนุรักษ์และทางธรรมชาติ เนื่องจากผึ้งหลวงหิมาลัยมีบทบาทเป็นแมลงผสมเกสรในระบบนิเวศสูง เพราะใน 1 รัง มีปริมาณผึ้งอาศัยอยู่มากถึง 50,000-100,000 ตัว ดังนั้นผึ้งหลวงหิมาลัยจึงมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของพืชบนที่สูงซึ่งมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี
แต่ปัญหาคือปัจจุบันทั่วโลกร่วมถึงประเทศไทยต้องพบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผึ้งหลวงหิมาลัยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่อุณหภูมิค่อนข้างหนาวเย็น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงอาจทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่นของผึ้ง ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในบริเวณที่ผึ้งอาศัย หรือผืนป่าทางตอนเหนือของประเทศไทยได้
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ จึงมีโครงการที่จะศึกษาผึ้งหลวงหิมาลัยในอนาคตในเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของน้ำผึ้งหลวงหิมาลัย ปริมาณประชากรของผึ้งหลวงหิมาลัยในประเทศไทย และการทำให้ผึ้งหลวงหิมาลัยสามารถอยู่ในประเทศไทยได้เพื่อช่วยรักษาระบบนิเวศของพื้นที่สูงต่อไป
ที่มา : https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&v=7762875340436215
https://portal.dnp.go.th/Content/ForestResearch?contentId=37081



