เทรนด์โลก ‘Nature Positive’ โอกาสทองเกษตรกรไทย | THE FARMER
ท่ามกลางกระแสโลกที่กำลังเผชิญกับวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวคิด “Nature Positive Economy” หรือเศรษฐกิจเชิงบวกต่อธรรมชาติ ได้กลายเป็นวาระสำคัญที่ผู้นำระดับโลกและนักธุรกิจต่างให้ความสนใจอย่างมาก ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) เผยถึงการทำงานกว่าสิบปีในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดโลก ด้วยหลักการที่สอดคล้องกับเทรนด์โลกนี้ พร้อมชี้ว่านี่คือ “โอกาสทอง” ครั้งใหญ่สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนไทย
🌳 ยุทธศาสตร์หลัก: อนุรักษ์คู่กับการพัฒนา
ดร.ธนิต อธิบายว่า BEDO ไม่ได้เน้นแค่การอนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังต้องคู่กับการพัฒนาส่งเสริมให้เกิดอาชีพและรายได้จากการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจากความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น ทำให้เกิดความมั่นคงในครอบครัวและสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์ตามมา โดยยึดหลักการ 3 ข้อ คือ:
Local Content: ให้ชุมชนใช้ความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นสร้างเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์
การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (Sustainable Use): หากใช้ทรัพยากรไป เช่น ตัดต้นไม้ 10 ต้น ต้องปลูกคืนมากกว่า 10 ต้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืน
Future of the Origin: หากผลิตภัณฑ์สร้างกำไรได้ ต้องแบ่งปันผลประโยชน์กลับไปดูแลอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการ พัฒนาและการอนุรักษ์ไปด้วยกัน
“เราทำงานร่วมกับชุมชนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ นำเอาพืชสมุนไพรหรือสัตว์มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์ และคุณลักษณะที่ดีนำไปจำหน่าย” ดร.ธนิตกล่าว
🔗 เชื่อมโยง ‘ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ’: ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน
ปัจจุบัน เกษตรกรชุมชนมีความสามารถใน ต้นน้ำ คือการผลิตวัตถุดิบคุณภาพ แต่ยังขาดความเชี่ยวชาญใน กลางน้ำ (การผลิตปริมาณสูงตามมาตรฐาน) และ ปลายน้ำ (การตลาด) BEDO จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็น ตัวกลาง (Business Matching & Business Drilling) ในการดึงชุมชนที่เก่งเรื่องวัตถุดิบคุณภาพ มาจับมือกับภาคธุรกิจที่เก่งเรื่องการผลิตและตลาด
BEDO ทำหน้าที่: เชื่อมต่อวัตถุดิบคุณภาพจากชุมชน สู่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อผลิตและจำหน่ายในวงกว้าง เป้าหมาย: สร้างโอกาสทางการตลาด และทำให้เกิดการแบ่งปันผลประโยชน์กลับสู่ชุมชนอย่างเป็นธรรม
ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจน คือการส่งเสริม ส้มจี๊ด/ส้มปี๊ด ที่จังหวัดจันทบุรี โดยมีการจัดตั้ง ธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน (Biobank) เพื่อรวบรวม ศึกษา และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำส้มปี๊ดเข้มข้น มีการจดทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และเครื่องหมายการค้า และอยู่ระหว่างการร่วมมือกับบริษัทใหญ่เพื่อจะส่งออกให้อนาคต
🌍สิ่งสำคัญ ‘Nature Positive Economy’ โอกาสการตลาดใหม่ของไทย
ดร.ธนิต เน้นย้ำว่าโลกกำลังวิ่งเข้าสู่กระแส Nature Positive ซึ่งหมายถึงการที่เราพัฒนาโดย ไม่ทำลายธรรมชาติ และยังต้อง ฟื้นฟูธรรมชาติ ให้กลับมาดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้นNature Positive Economy: การพัฒนาเศรษฐกิจที่ส่งผลบวกต่อธรรมชาติ ไม่ทำลาย และฟื้นฟู เป็นความท้าทายของไทย: ต้องสร้างความชัดเจนและนำเสนอสู่เวทีโลก ว่าประเทศไทยมีรากฐานของ Nature Positive อยู่แล้ว โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม
“ถ้าเรายังดำเนินการแบบเดิม ใช้ธุรกิจเหมือนเดิม บริโภคเหมือนเดิมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพจะสูญเสียอย่างรุนแรง จนเกิดภาวะวิกฤต ดังนั้น Nature Positive จึงเป็นเทรนด์ของโลกที่จะอยู่กับเราอีกนาน”
🏷️ B-Mark: ตราแห่งความยั่งยืน สู่ตลาดพรีเมียม
เพื่อตอบโจทย์เทรนด์โลกและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่ยินดีจ่ายเงินเพื่อสินค้าที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ BEDO จึงได้พัฒนา ตราสัญลักษณ์ B-Mark ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความยั่งยืน
B-Mark คืออะไร: ตราสัญลักษณ์ที่รับรองว่าสินค้าสอดคล้องกับแนวคิด Nature Positive จุดประสงค์คือหยุดยั้งความสูญเสียทางชีวภาพ และสื่อสารกับผู้บริโภคว่าสินค้าที่มี B-Mark คือสินค้าที่ อนุรักษ์ธรรมชาติ ช่วยโลก และช่วยอนาคตของโลก
#NaturePositive #เกษตรยั่งยืน #เกษตรกรไทย #สินค้าชุมชน #ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม #ตลาดพรีเมียม #เกษตรกรสร้างรายได้ #BEDO #THECAPTURE #เกษตรกร #เกษตรกรรุ่นใหม่ #THEFARMER #GrowingAgriCulture
ติดตามเรื่องราวจาก THE FARMER ได้หลากหลายช่องทาง
——–
𝗧𝗛𝗘 𝗙𝗔𝗥𝗠𝗘𝗥: 𝗴𝗿𝗼𝘄𝗶𝗻𝗴 ◦ 𝗮𝗴𝗿𝗶 ◦ 𝗰𝘂𝗹𝘁𝘂𝗿𝗲 | 𝘙𝘦𝘨𝘦𝘯𝘦𝘳𝘢𝘵𝘪𝘷𝘦 𝘙𝘪𝘴𝘦
Facebook: https://www.facebook.com/thefarmer.th
YouTube: https://www.youtube.com/@thefarmerth
Instagram: https://www.instagram.com/thefarmerthai/
Twitter: https://www.twitter.com/thefarmerthai
TikTok: https://www.tiktok.com/@thefarmer.th



