พบกับนวัตกรรมสุดสร้างสรรค์ จากโครงการช่างชุมชน ปีที่4
โดยกลุ่มนวัตกรรมช่างชุมชน บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน), สถาบันเชนจ์ฟิวชั่น, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (องค์การมหาชน), โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP),สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสมาคมธุรกิจเพื่อสังคม
จัดงานแสดงผลงานและมอบทุนสนับสนุน สุดยอดนวัตกรรมช่างชุมชนต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ในงานยังได้พบกับ 12 นวัตกรรมเพื่อชุมชนสุดสร้างสรรค์ ซึ่งมีหลายนวัตกรรมทางด้านการเกษตรที่น่าสนใจ เช่น เครื่องปอกมะพร้าวกึ่งอัตโนมัติ, กว้านดึงอวน, เครื่องอบถ่านจากเศษวัสดึทางการเกษตรแบบมือหมุน ระบบตรวจจับและไล่นกด้วย Ai+ioT เพื่อน ๆ พี่น้อง ชาว The Farmer ท่านใดสนใจก็ลองไปติดต่อดูได้เลย
คุณนาวี นาควัชระ (แจ็ค) ผู้ประสานงานโครงการส่งเสริมนวัตกรรมช่างชุมชน กล่าวถึงจุดประสงค์ของงานที่จัดขึ้นนี้ว่า เพื่อต้องการนำเสนอนวัตกรรมที่เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชุมชนหรือท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งในชุมชนก็มีการพัฒนานวัตกรรมอยู่บ้างแล้ว เพียงแต่ไม่ต่อเนื่อง จึงอยากเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ เพื่อทำให้เขาพัฒนาต่อยอดให้ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาชุมชนหรือสังคมมากยิ่งขึ้นไปอีก และสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มองว่าคนในชุมชนท้องถิ่นนั้นอยู่กับปัญหาในพื้นที่อยู่แล้ว โดยเฉพาะการเกษตร เช่น ผลผลิตออกมาไม่ได้ราคา ซึ่งคนที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น ที่มีผลผลิตทางการเกษตรได้เห็นปัญหาจริงๆ ทำให้เครื่องมือ เครื่องจักรต่างๆ ออกมาตอบโจทย์ลักษณะการใช้งานได้มาก มีความทนทาน เหมาะกับผู้ใช้งานที่แตกต่างหลากหลายกันในแต่ละพื้นที่
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ได้เห็นว่าฝีมือของช่างการเกษตรมีการพัฒนามากขึ้น เนื่องจากมีหลายๆ ภาคส่วนในงานที่ให้การสนับสนุน และในส่วนของเราได้ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถขยายผลได้ในพื้นที่ชุมชนอื่นๆ ด้วย ส่งผลให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน ทำให้เขาไม่ใช่เพียงเกษตรกรแต่เป็นการพัฒนาศักยภาพเขาให้กลายเป็นผู้ประกอบการ ที่มีทักษะ มีเครื่องมือที่สามารถผลิตสินค้าให้มีคุณภาพได้มากยิ่งขึ้น
ฝากบอกเกษตรกรไทยว่า ณ ปัจจุบันเราเป็นแค่เกษตรกรที่ปลูกอย่างเดียว ขายโดยไม่มีการแปรรูป มันจะทำให้ตัวเราอยู่รอดในยุคปัจจุบันและต่อๆ ไปได้ยาก ต้องพัฒนาศักยภาพตัวเองให้เหมือนเป็นผู้ประกอบการ และหลายๆ คนก็พัฒนาตัวเองจากเกษตรกรธรรมดา แต่ค่อยๆ พัฒนาทักษะ หรือฝีมือในด้านงานช่าง ซึ่งแน่นอนว่าการที่เขาพัฒนาเครื่องมือต่างๆ ขึ้นมา มันทำให้การผลิตของเขานั้นมีคุณภาพดีขึ้น ทำให้เขามีรายได้มากขึ้น ต้นทุนต่ำลง ท้ายที่สุด เครื่องมือ เครื่องจักรหรืออุปกรณ์เหล่านี้ได้เปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่แบบพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ “การพัฒนาทักษะ โดยเฉพาะทักษะเชิงช่าง มันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์กับตัวเรา หรือเรียกว่าพลิกชีวิตเราได้มากกว่าเดิม ยิ่งกว่าเดิมมากๆ”
สำหรับใครที่สนใจเข้ามาร่วมโครงการช่างชุมชน ช.การช่าง ในปีถัดไปสามารถติดตามได้ทาง Facebook เพจ ช่างชุมชน ช.การช่าง ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการบ่มเพาะ พัฒนาทักษะใน 4 ประเด็น คือ ทักษะด้านวิศวกรรม ทักษะด้านการออกแบบ ทักษะด้านการบริหารจัดการธุรกิจ และทักษะการตลาดและการขาย ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อผู้ประกอบการด้านการเกษตร อีกอย่างคือได้รับทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาต่อยอดเครื่องมือ เครื่องจักรได้
นายวีระพงษ์ กังวานนวกุล ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างเครือข่าย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เผยว่า กองทุนพัฒนาสื่อให้ความสนใจนวัตกรรมชุมชนที่เกิดจากความรู้ ภูมิปัญญาของชาวบ้าน ที่ใช้งานได้จริง และเป็นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของตนเอง ซึ่งถ้าได้รับการเผยแพร่หรือได้รับการให้ความหมายใหม่ ให้ความรู้กับประชาชนในชุมชนอื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสังคม ซึ่งกองทุนพัฒนาสื่อฯ จะทำหน้าที่ขยายความรู้ ยกระดับการให้ความหมายของนวัตกรรมที่ชาวบ้านได้คิด ออกแบบ และใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง ซึ่งเมื่อได้ขยายไปในวงกว้างก็จะเป็นประโยชน์และเกิดมูลค่าต่อสังคมได้ในอนาคต
ในแง่ของนวัตกรรมทางสังคมที่เกี่ยวกับการเกษตรซึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ประเทศไทยยังเป็นสังคมระบบเกษตรกรรมอยู่ เพราะฉะนั้นถ้ากองทุนพัฒนาสื่อฯ ส่งเสริมในเรื่องนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร ในแขนงต่างๆ ก็จะทำให้การพัฒนาและการยกระดับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่เกี่ยวกับวิชาชีพของเกษตรกรรมได้พัฒนา เมื่อภูมิปัญญาถูกพัฒนาก็นำไปสู่เทคโนโลยีในรูปแบบอื่นๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตจริงได้ในอนาคต
ในแง่ของ ช.การช่างที่ทำโครงการนี้ขึ้นมา เป็นการค้นหาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ของชุมชน ทำให้ชุมชนสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาในการทำงานได้ในอนาคต ซึ่งสื่อจะทำให้การพัฒนานวัตกรรม ความคิดที่เป็นประโยชน์ได้แตกแขนงออกไป จะเป็นประโยชน์ทั้งเด็ก เยาวชน และกลุ่มโรงเรียนอาชีวะ ที่อาจจะทำให้เกิดการพัฒนาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีชาวบ้าน เพราะฉะนั้นถ้าสื่อสามารถเข้าไปช่วยให้ความหมาย การทำให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันสามารถดัดแปลงหรือพลิกแพลงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานของชุมชนได้ ก็จะทำให้บรรลุการทำงานและความร่วมมือในการส่งเสริมสื่อที่ดีให้กับสังคมในอนาคต
นวัตกรรมที่น่าสนใจในภาคการเกษตร
- คุณชัยวัฒน์ สวัสดิวรนันท์ จาก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เจ้าของนวัตกรรม เครื่องปอกมะพร้าวกึ่งอัตโนมัติ

ตนก็ใช้เวลาในการทดลองเขียนวงจรขึ้นมาใหม่ประมาณ 2 ปี ทำเครื่องต้นแบบขึ้นมาก่อนแล้วลองนำไปปอกในโรงงานของญาติ แล้วมาดูว่าอะไรบ้างที่เครื่องนี้ควรจะมีในบริบทมะพร้าวบ้านเรา ซึ่งมะพร้าวน้ำหอมบ้านเราจะเป็นจีบ เรียกว่า มะพร้าวสามจีบ เมื่อนำไปเข้าเครื่องปอกทำให้เกิดปัญหามะพร้าวเด้งออกและการทำงานของเครื่องไม่ปกติ แต่เมื่อได้ประกอบเครื่องเองก็ได้แก้ปัญหา ทำให้เครื่องใช้งานได้ง่ายโดยการเลือกไซส์ เลือกรูปแบบการปอกได้ 4 รูปแบบ และใส่การนับจำนวนลูกไปในเครื่องเลย ฉะนั้น เมื่อต้องการนับจำนวนลูกที่ปอกจะสามารถดูที่เครื่องได้เลย
เครื่องปอกมะพร้าวกึ่งอัตโนมัติ มีกำลังการผลิตจะอยู่ที่ 12 วินาทีต่อ 1 ลูก ซึ่ง 1 นาทีได้ 4 ลูก
สนใจติดต่อได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/thaininjaboots
Instagram: https://www.instagram.com/thaininja.boots/
Youtube: https://youtube.com/channel/UCgow_SBaVKix8Sq820jdsFA?si=0qXITRzT9pTlAEex
Tiktok: https://www.tiktok.com/@thaininjaboots?is_from_webapp=1&sender
Website: https://shorturl.asia/aVY4w
- คุณกฤษดา ศรีทอง สมาชิกของชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าของนวัตกรรม กว้านดึงอวน

ลักษณะการทำงานคือ เราจะป้อนคร่าวกระสง (เชือกที่ติดอยู่กับกะสุงที่ลอยน้ำ) เข้าไปในเครื่องกว้าน เครื่องจะหนีบจากข้างล่างจนมาถึงข้างบน เมื่อไปถึงข้างหลังจะปล่อยเชือกเองอัตโนมัติ ข้อดีคือ กว้านดึงอวนช่วยลดแรงคน ลดแรงงาน
ซึ่งคำนึงถึงต้นทุนของผู้ใช้ด้วย ราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาท
สนใจติดต่อได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/kritsada.sithong
- คุณอำพล เทียนทองคำ ประธานวิสาหกิจชุมชนถ่านรักโลก อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เจ้าของนวัตกรรม เครื่องอบถ่านจากวัสดุการเกษตรแบบมือหมุน

เครื่องอบถ่านนี้สามารถเผาได้ทุกวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นใบอ้อย ต้นมันสำปะหลัง ฟางข้าว ใบตะไคร้ หรือวัชพืชต่างๆ โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน มีขั้นตอนคือ เรานำวัสดุที่ต้องการเผาเข้าไปในตัวเครื่องอบถ่านแบบมือหมุนจนเต็ม นำฝามาปิดเพื่อทำให้เกิดสุญญากาศ ต่อมาจุดไฟข้างล่าง เป็นเหมือนกึ่งคั่วกึ่งอบ เมื่อผ่านกระบวนการส่วนนี้แล้ว นำไปอบและอัดเป็นถ่านอัดแท่งเพื่อจัดจำหน่ายต่อไป
ผลิตภัณฑ์ “ถ่านรักโลก” จัดจำหน่ายในชุมชนและสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจ เป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชน ณ ตอนนี้เนื่องจาก วัตถุดิบมีเยอะ และมีผู้คนให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมน้อย จึงขยายองค์ความรู้ให้แต่ละชุมชนได้ทราบว่านวัตกรรม สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง ทางวิสาหกิจยึดหลักที่ว่า “ถ้าธรรมชาติอยู่ได้ มนุษย์และสัตว์ก็จะอยู่ได้ แต่เมื่อไหร่ที่ธรรมชาติอยู่ไม่ได้ มนุษย์และสัตว์ก็จะอยู่ไม่ได้” เพราะฉะนั้นจึงอยากได้เครือข่ายให้แต่ละชุมชน อย่างน้อยอำเภอละ 1 จุด จะสามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษได้ไม่มากก็น้อย
สนใจติดต่อได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/biocharcoalu2t หรือ https://shorturl.asia/mrP6D
โทร. 0942728222
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ช่างชุมชน ช.การช่าง



