-พาข้าวพาขวัญ
เมื่อสำรับมงคลกลายเป็นแถลงการณ์แห่งภูมิปัญญาอีสานสู่โลก
เฮือนคำนางออกแบบสำรับงานแต่งงาน ณเดชน์-ญาญ่า ด้วยหลัก
Regenerative Gastronomy — และนี่คือเหตุผลที่มันสำคัญกว่าที่ใครคิด
THE FARMER
thefarmerthai.com · Special Report: Regenerative ISAN, Gastronomy by คำนาง
กองบรรณาธิการ The Farmer · 2026

มีบางช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่สิ่งเล็กน้อยกลายเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่ยิ่งใหญ่ งานสู่ขวัญผูกแขนของ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา ในสายตาคนทั่วไปอาจดูเหมือนงานเฉลิมฉลองความรักของคู่รักชื่อดัง แต่ในความเป็นจริง วันนั้นมีบางอย่างเกิดขึ้นที่ลึกกว่านั้นมาก
บนโต๊ะอาหาร ภายใต้แสงไฟงานมงคล ท่ามกลางแขกที่มาร่วมยินดี — ระบบอาหารทั้งระบบถูกเล่าขึ้นใหม่ ผ่านสำรับ 9 เมนูที่เชฟคำนางและทีมเฮือนคำนางรังสรรค์ขึ้นอย่างตั้งใจ ตั้งใจในระดับที่เรียกได้ว่าเป็น การเมืองของจาน
เมื่อดาราไทยกลายเป็น “ผู้เปิดพื้นที่”

ก่อนจะพูดถึงอาหาร เราต้องพูดถึงการตัดสินใจ ณเดชน์และญาญ่าไม่ได้แค่ “เลือกธีมอีสาน” ให้งานดูน่ารักหรือแตกต่าง พวกเขาเลือกที่จะยืนยันตัวตนในวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งของชีวิต เลือกที่จะไม่แลกวัฒนธรรมที่ตนเองผูกพันกับความ “ปลอดภัย” แบบสากล
ในยุคที่ดาราระดับท็อปของเอเชียหลายคนเลือกจัดงานในรูปแบบที่ดูเป็น “ระดับโลก” ด้วย Fine Dining สไตล์ตะวันตก หรือ Fusion ที่ไม่มีรากใด — การที่คู่รักคู่นี้เลือกยืนบนแผ่นดินอีสานอย่างภาคภูมิ คือสารทางวัฒนธรรมที่ดังกึกก้องกว่าสิ่งที่พูดออกมาเป็นคำพูดใดๆ
นี่คือการใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ตนเองมีอยู่อย่างมีความรับผิดชอบ เพราะเมื่อคนที่ทั้งประเทศรัก ยืนขึ้นแล้วบอกว่า “ฉันภูมิใจในรากของฉัน” — คนอีกหลายล้านคนก็กล้าที่จะภูมิใจในรากของตัวเองด้วย
เชฟคำนาง — ณัฎฐภรณ์ คมจิต
ศูนย์วัฒนธรรมอาหารเฮือนคำนาง · ขอนแก่น
อดีตนักข่าวสายการเมือง ลูกสาวชาวอีสานจากอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ผู้เติบโตมาในครอบครัวที่มีคุณปู่เป็นหมอยาสมุนไพร เธอผันตัวจากปลายปากกาสู่ปลายจวัก เปลี่ยนบ้านของตัวเองให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมอาหารเฮือนคำนาง — พื้นที่ที่อาหารคือการเล่าเรื่อง ภูมิปัญญาคือวัตถุดิบ และทุกพาข้าวคือจดหมายรักถึงแผ่นดิน
เชฟคำนาง ณัฎฐภรณ์ คมจิต: นักปรุงผู้แปลงแผ่นดินให้เป็นรส

ณัฎฐภรณ์ คมจิต หรือ “เชฟคำนาง” ไม่ใช่เพียงผู้ปรุงอาหาร แต่คือนักแปล — ผู้แปลความรู้ของหมอยาพื้นบ้าน ภูมิปัญญาของเกษตรกร จิตวิญญาณของป่าโคก และรสมือของยายที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ให้กลายเป็นประสบการณ์บนจานที่แขกจากทั่วโลกสามารถรับรู้ได้
เธอเคยเป็นนักข่าวสายการเมือง แต่เมื่อเห็นว่าอาหารอีสานถูกด้อยค่าและเข้าใจผิดมาโดยตลอด เธอจึงตัดสินใจ “เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องจากปลายปากกามาเป็นปลายจวัก” เปิดเฮือนคำนาง ณ บ้านโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น รับแขกเพียงวันละหนึ่งโต๊ะ และทุกวันคือการออกแบบประสบการณ์ใหม่
งานออกแบบสำรับพาข้าวพาขวัญครั้งนี้ไม่ได้เริ่มจากการถามว่า “จะทำอะไรให้อร่อย” แต่เริ่มจากคำถามที่ลึกกว่า — “สำรับนี้จะบอกอะไรแก่โลก? และจะยืนยันอะไรให้แก่แผ่นดิน?”
เมื่อคำถามนั้นได้รับคำตอบ สำรับทั้งหมดก็ถูกก่อร่างขึ้นจากปรัชญาสามคำที่ลึกซึ้งและงดงาม
ปรัชญา 3 ฮัก · หนึ่งสำรับ
[ฮักเฮา — Our Love] ความรักที่ทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงกันมาอย่างงดงาม
[ฮักแฮง — Our Strength] พลังของคนรุ่นใหม่ที่ภาคภูมิใน “รากแก้ว” ของตนเอง และพร้อมจะประกาศให้โลกรู้ว่าวิถีลูกอีสานนั้นสง่างามเพียงใด
[ฮักแพงโลก — Our Earth] ความรักที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวคิด Regenerative ISAN, Gastronomy by คำนาง หรือการปรุงประกอบอาหารเพื่อฟื้นฟูเราและฟื้นฟูโลก
และเบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดนี้ ยังมีทีมงานเฮือนคำนางทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจ — ไม่มีจานใดสำเร็จได้จากมือเพียงคนเดียว แต่จากหัวใจที่เชื่อในสิ่งเดียวกันทั้งทีม
ตามรอยวัตถุดิบ: เมื่อการกินคือการเลือกข้าง

ในโลกของ Regenerative Agriculture มีหลักการหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นเรื่อยๆ คือ “ทุกการกินคือคะแนนโหวต” — โหวตให้ระบบอาหารแบบไหนยังคงอยู่ สำรับพาข้าวพาขวัญโหวตให้ระบบที่เราเชื่อว่าถูกต้อง ทุกวัตถุดิบมีเรื่องราว และทุกเรื่องราวคือการยืนยันว่าโลกอีกแบบเป็นไปได้

ข้าว: ราชาแห่งสำรับ ผู้พิทักษ์ความหลากหลาย
ข้าวเหนียว 3 สีจากเกษตรกรชาวขอนแก่น ได้แก่ ข้าวเหนียวฮางไฟจาก กข.6, ข้าวก่ำน้อย และข้าวทับทิมชุมแพ — แต่ละพันธุ์คือห้องสมุดพันธุกรรมที่มีชีวิต ดูแลรักษามาข้ามรุ่น วงการ Agroecology ระดับโลกรู้เรื่องความสำคัญของความหลากหลายพันธุ์ข้าวมาไม่ถึง 20 ปี คนอีสานรู้มาหลายร้อยปีแล้ว
ไก่ประดู่หางดำ: กับบทเรียนจากการทำฟาร์มด้วยแนวคิด Natural Wellness
วัชรพงษ์ฟาร์ม อ.ชุมแพ เลือกเดินบนเส้นทางที่ยากกว่า แต่ถูกกว่า สาร Anserine ต้านอนุมูลอิสระในระดับสูงที่พบในไก่จากฟาร์มนี้คือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า การเคารพธรรมชาติไม่ได้แลกมาด้วยคุณภาพที่ด้อยกว่า แต่คือคุณภาพที่เหนือกว่า
หมูไบโอไดนามิก: เกษตรกรรมในฐานะระบบนิเวศ
ว.ทวีฟาร์ม ดำเนินตามหลัก Biodynamic ที่มองฟาร์มเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่ครบถ้วนในตัวเอง ไม่ใช่สายการผลิตที่ต้องการปัจจัยนำเข้าจากภายนอกตลอดเวลา ความแตกต่างของเนื้อนั้นไม่ต้องอธิบาย ปลายลิ้นรู้เองโดยอัตโนมัติ

สายน้ำอีสาน และของป่าตามกาล
ปลาเนื้ออ่อนจากลำน้ำชี ปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลานิล และกุ้งแม่น้ำจากชุมชนรอบเขื่อนอุบลรัตน์ มาจากระบบประมงพื้นบ้านที่รักษาสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ มะม่วงบ่ายโบกสีทองจากบ้านยางคำ น้ำผึ้งเดือนห้าและไข่มดแดงจากบ้านดงเค็ง ผักหวานป่าจากบ้านคำหญ้าแดง และผักพื้นบ้านหลากชนิดจากบ้านทุ่ม — ป่าให้เองตามฤดูกาล ถ้าเรายังรักษาป่าไว้
สำรับมงคล 9 เมนู: เมื่อภูมิปัญญาถูกปรุงเป็นรสชาติ

เมนูที่ 01 · เมี่ยงกลีบบัวปลาฟู
ลือเลื่อง เฟื่องฟู — เปิดสำรับด้วยยาสมาน
รสฝาดของบัวหลวงที่หมอพื้นบ้านอีสานรู้จักมาเป็นร้อยปีในฐานะยาสมานแผล วิทยาศาสตร์อาหารยืนยันว่าสาร Tannin ในบัวหลวงมีคุณสมบัติ Anti-inflammatory ที่สำคัญ เสิร์ฟพร้อมปลาเนื้ออ่อนฟู เนื้อปลาย่างเกลือ ราดด้วยน้ำอ้อยเคี่ยวกับปลาร้า — เป็นทั้งยา เป็นทั้งพิธีกรรม และเป็นการต้อนรับให้เข้าสู่มื้อมงคลด้วยการสมาน ก่อนที่จะฉลอง

เมนูที่ 02 · ออดกระบกหมูย่างถ่าน
เจริญ พูนทรัพย์ — อาหารแห่งอนาคตจากป่าโคก
“กระบก” คือพี่ใหญ่แห่งป่าโคก ในฤดูร้อนแล้งที่สุด มันยังให้ร่มเงา ยังออกผล ยังเป็นที่พึ่งของระบบนิเวศ เมล็ดกระบกที่กลั่นเป็นครีม “ออด” ให้โปรตีนสูง ย่อยง่าย — Plant-based Protein จากป่าพื้นเมืองที่ไม่ต้องนำเข้า เสิร์ฟคู่ฟักทองข้าวตอกย่าง ซี่โครงหมูย่างถ่าน และไซเดอร์ข้าวหอมมะลิเป็นโพรไบโอติก

เมนูที่ 03 · หลามไก่ขาวหางเหลือง
ซุปใส ง่าย งาม ฟื้นฟู — วิทยาศาสตร์ในกระบอกไม้ไผ่
การกลั่นรสในกระบอกไม้ไผ่คือ Sous-vide ของอีสาน ที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือราคาแพง ชูรสด้วยเกลือขี้กะทา ปิดกระบอกด้วยยอดอ้อย — ซุปทองคำที่ไม่มีในเมนูร้านอาหารใดในกรุงเทพฯ แต่ควรมีในเมนูของร้านอาหารชั้นนำทั่วโลก

เมนูที่ 04 · แกงขนุนผักหวานไข่มดแดง
ยอดมงกุฎฤดูกาล — Future Food ที่ไม่รู้ตัว
ขณะที่บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนา Alternative Protein — คนอีสานกินไข่มดแดงมาตั้งแต่ก่อนที่คำว่า “Sustainable Protein” จะถูกบัญญัติขึ้น ขนุนอ่อน ผักหวานป่า ไข่มดแดง — ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในแกงหม้อเดียวที่คนอีสานกินมาเป็นร้อยปี
เมนูที่ 05 · อ่อมเนื้อน่องลายใบพริกโพน
เข้มข้น แซบนัว — Grass-fed ที่ไม่ต้องนำเข้า
วัวแดงเขียงบ้านที่เลี้ยงแบบ Grass-fed ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ให้สัดส่วนกรดไขมัน Omega-3 ต่อ Omega-6 ที่ดีกว่าเนื้ออุตสาหกรรม ในอีสานการเลี้ยงวัวปล่อยทุ่งคือวิถีปกติ ไม่ใช่ Premium Option น่องลายตุ๋น อ่อมกับปลาร้า ใบพริกโพน ผักชีลาว ใบชะพลู
เมนูที่ 06 · ไก่เหนือน้ำ
มงคลยิ่งใหญ่ — ศิลปะแห่งไอน้ำ
น่องไก่บ้านถอดกระดูก ปรุงด้วยศิลปะการนึ่งด้วยไอน้ำที่อาศัยหลักวิทยาศาสตร์พื้นบ้าน ให้เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำครบเครื่องสมุนไพรทั้งหน่อแน่ง ข่าลิง ขิงไพร — เมนูที่ต้องสั่งซ้ำเกือบทุกโต๊ะในงาน
เมนูที่ 07 · น้ำพริกปูนา ไข่ต้ม ส้มปลาย่าง
พร้อมพรรคไพร่พล — รสชาติแห่งสายน้ำ
การกลั่นกรองรสชาติอันละเอียดอ่อนจากความมันของปูนาธรรมชาติ ไข่เป็ด และส้มปลาขาวสร้อยถอดก้างที่หมักพอดีเปรี้ยวละมุน — ความงดงามที่ไม่ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม
เมนูที่ 08 · ลาบโชคตะเพียนทอง
โชค ลาภ มั่นคง — ชื่อที่เป็นพร รสที่เป็นตัวตน
ลาบ-ลาภ สัญลักษณ์ทางภาษาที่คนอีสานใช้เรียกอาหารในงานมงคลมาช้านาน ปลาตะเพียนจากน้ำธรรมชาติ เกล็ดทอดกรอบ ข้าวคั่วจากข้าวเหลืองอ่อน ปลาร้าหยอดนิด — ความงดงามอยู่ที่สมดุลของรสที่หลากมิติ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หอม จากวัตถุดิบพื้นบ้านล้วนๆ
เมนูที่ 09 · หมกหน่อไม้หมูเหนือชั้น
สรรเสริญเยินยอ — ใบย่านางและวิทยาศาสตร์ที่ซ่อนอยู่
ใบย่านางที่คนอีสานใช้คู่กับหน่อไม้มาตลอดนั้น มีสารที่ช่วยลดความเป็นพิษในหน่อไม้บางชนิด — ภูมิปัญญาที่ทำงานในระดับชีวเคมีโดยที่คนอีสานไม่เคยต้องเรียกมันว่าวิทยาศาสตร์ หนังหมูป่าตุ๋นนุ่มจนละลาย ใบแมงลักที่ให้กลิ่นอีสานขนานแท้
Regenerative ISAN , Gastronomy by คำนาง : เมื่อการกินคือการฟื้นฟู

เบื้องหลังทุกจานในสำรับนี้มีแนวคิดที่เฮือนคำนางยึดถืออย่างจริงจัง — Regenerative Gastronomy หรือการปรุงประกอบอาหารในแบบที่ฟื้นฟูทั้งคนและโลกไปพร้อมกัน
นี่ไม่ใช่การทำอาหาร “ปลอดสาร” ไม่ใช่แค่การใช้วัตถุดิบ Organic และนี่ไม่ใช่ความพยายามจะ “ลดผลกระทบ” ของการกิน — Regenerative Gastronomy มองว่าการกินที่ดีสามารถเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน น้ำ ชีวิต และชุมชนได้ ว่าทุกคำที่กินสามารถเป็นการลงทุน ไม่ใช่แค่การบริโภค
“เมื่อสั่งไก่จากวัชรพงษ์ฟาร์ม ไม่ใช่แค่ซื้อเนื้อไก่ แต่คือการสนับสนุนให้ระบบการเลี้ยงที่เคารพธรรมชาติยังคงอยู่ได้ทางเศรษฐกิจ เมื่อใช้ของป่าจากบ้านทุ่มและบ้านดงเค็ง ชุมชนนั้นมีแรงจูงใจที่จะรักษาป่าไว้ เพราะป่ามีมูลค่าขณะที่ยังยืนอยู่”
นี่คือวงจรแห่งการฟื้นฟู — การกินที่ดีสร้างตลาดสำหรับการผลิตที่ดี การผลิตที่ดีรักษาระบบนิเวศที่ดี ระบบนิเวศที่ดีผลิตวัตถุดิบที่ดีกว่าเดิม
Economic Empowerment: ทุกคำคือการกระจายรายได้

พาข้าวชุดนี้ไม่ได้แค่สวยงามและอร่อย มันคือห่วงโซ่เศรษฐกิจที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจ — ห่วงโซ่ที่ทุกคนในนั้นคือผู้ส่งมอบคุณค่า ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้าง
วัชรพงษ์ฟาร์มนำไก่ประดู่หางดำที่ดูแลมาทั้งชีวิตมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสำรับมงคลระดับประเทศ ว.ทวีฟาร์มส่งมอบปรัชญาการเลี้ยงแบบ Biodynamic ผ่านทุกคำที่แขกได้ลิ้มรส บ้านดงเค็งที่มัญจาคีรีนำน้ำผึ้งเดือนห้าและไข่มดแดงจากป่าชุมชนมาวางบนโต๊ะที่ทั้งประเทศจับตามอง บ้านยางคำส่งมะม่วงบ่ายโบกสีทองหายากออกไปสู่สายตาระดับประเทศ ชาวประมงรอบเขื่อนอุบลรัตน์นำสายน้ำอีสานมาร่วมเล่าเรื่องราวในงานประวัติศาสตร์
เมื่อภาพถ่ายจากงานแพร่กระจายออกไปในโซเชียลมีเดีย ชื่อของฟาร์ม ชื่อของหมู่บ้าน ชื่อของเกษตรกร ก็ถูกพาไปพร้อมกัน — โดยไม่มีค่าโฆษณา
นี่คือ Soft Power ที่ลงลึกถึงราก เพราะมันไม่ได้แค่ทำให้ “อาหารอีสาน” ดูดีในสายตาชาวโลก แต่ทำให้คนที่ทำอาหารอีสานมีศักดิ์ศรีและมีรายได้มากขึ้นในวันเดียวกัน
คำท้าทายถึงคนไทย: ถึงเวลาตื่น

ประเทศไทยมีสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกชิ้นหนึ่ง — ระบบความรู้ด้านอาหารที่สะสมมาหลายพันปี ซึ่งตอบโจทย์ทุกวิกฤติที่โลกกำลังเผชิญ ตั้งแต่วิกฤติความหลากหลายทางชีวภาพ วิกฤติภาวะโภชนาการ วิกฤติสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงวิกฤติความมั่นคงทางอาหาร แต่เราปล่อยให้สมบัตินั้นหลับอยู่มานานเกินไปแล้ว
เราส่งลูกหลานไปเรียน Culinary Arts ในฝรั่งเศส ในขณะที่เชฟจากฝรั่งเศสบินมาศึกษาอาหารหมักดองของภาคเหนือไทย เรายังเรียกผักพื้นบ้านว่า “ผักชาวบ้าน” ในขณะที่ร้านอาหารในโคเปนเฮเกนขายผักชนิดเดียวกันในชื่อ “Wild Heritage Greens” ในราคาจานละพันบาท
พาข้าวพาขวัญในงานแต่งงานของณเดชน์-ญาญ่า คือกระจกที่สะท้อนให้เราเห็นว่าเราถืออะไรอยู่ในมือ

เมื่อเชฟคำนาง ณัฎฐภรณ์ คมจิต และทีมเฮือนคำนางนำสำรับอีสานไปตั้งในวันที่ทั้งประเทศจับตามอง เมื่อณเดชน์-ญาญ่าเลือกยืนบนรากของตัวเองอย่างภาคภูมิ — พวกเขากำลังบอกสิ่งหนึ่งที่ชัดเจน ว่าไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่าของเราดี เพราะมันดีอยู่แล้ว เราแค่ต้องกล้าพอที่จะบอกโลก และนั่นไม่ใช่แค่เรื่องของอีสาน
ประเทศไทยทั้งประเทศมีสมบัติแบบนี้ซ่อนอยู่ในทุกภาค ในทุกลุ่มน้ำ ในทุกป่า ในทุกครัวของยายที่ยังจำสูตรไม่ลืม ภาคเหนือมีระบบวนเกษตรที่โลกกำลังตามหา ภาคกลางมีความหลากหลายพันธุ์ข้าวที่นักวิทยาศาสตร์ยังศึกษาไม่หมด ภาคใต้มีองค์ความรู้เรื่องทะเลและป่าชายเลนที่ลึกกว่างานวิจัยใดๆ
สิ่งที่ประเทศนี้ขาดไม่ใช่ความรู้ ไม่ใช่วัตถุดิบ และไม่ใช่ภูมิปัญญา สิ่งที่ขาดคือความกล้าที่จะเชื่อว่าสิ่งที่เรามีนั้นยิ่งใหญ่พอ
ตอนนี้คือเวลาของพวกเรา — เกษตรกร นักปรุง นักเล่าเรื่อง นักออกแบบ นักลงทุน และทุกคนที่รักในแผ่นดินนี้ — ที่จะลุกขึ้น คว้าสมบัติที่หลับใหลอยู่มาชูให้โลกเห็น ไม่ใช่ด้วยความเชย ไม่ใช่ด้วยความอ่อนน้อม แต่ด้วยความภูมิใจที่เต็มเปี่ยมในระดับที่โลกไม่อาจมองข้ามได้
เพราะโลกกำลังตามหาคำตอบ และคำตอบนั้น — มันอยู่ที่นี่มาตลอด อยู่ในป่าโคก อยู่ในลำน้ำชี อยู่ในกระบอกไม้ไผ่บ้าน อยู่ในมือของเกษตรกรที่ลุกขึ้นก่อนฟ้าสาง
“ประเทศไทยคือคำตอบของโลก — ถึงเวลาแล้วที่เราจะลุกขึ้นบอกโลกให้รู้”
ติดตามเรื่องราวจาก THE FARMER ได้หลากหลายช่องทาง
——–
𝗧𝗛𝗘 𝗙𝗔𝗥𝗠𝗘𝗥: 𝗴𝗿𝗼𝘄𝗶𝗻𝗴 ◦ 𝗮𝗴𝗿𝗶 ◦ 𝗰𝘂𝗹𝘁𝘂𝗿𝗲 | 𝘙𝘦𝘨𝘦𝘯𝘦𝘳𝘢𝘵𝘪𝘷𝘦 𝘙𝘪𝘴𝘦
Facebook: https://www.facebook.com/thefarmer.th
YouTube: https://www.youtube.com/@thefarmerth
Instagram: https://www.instagram.com/thefarmerthai/
Twitter: https://www.twitter.com/thefarmerthai
TikTok: https://www.tiktok.com/@thefarmer.th
ขอบคุณ:
เชฟคำนาง ณัฎฐภรณ์ คมจิต และทีมงานศูนย์วัฒนธรรมอาหารเฮือนคำนางทุกท่าน · คุณแม่แก้ว พราวส่องโสม แก้วใส · ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา · กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำหรับองค์ความรู้จากหนังสือ สำรับไทยถิ่น · #KaidangDesign · และทีมงานสนับสนุนทุกท่าน
— กองบรรณาธิการ The Farmer · thefarmerthai.com



